ตำนานสโมสร อาเซน่อล ตอนที่ 7 เธียร์รี่ อองรี

ตำนานสโมสร อาเซน่อล ตอนที่ 7 เธียร์รี่ อองรี

ตำนานนักฟุตบอลของทางด้าน อาเซน่อลที่โด่งดังที่สุดนั้นกลับไม่ใช่ นักเตะของอังกฤษแต่กลับเป็นนักเตะฝรั่งเศสนามกรว่า เธียร์รี่ อองรี โดยอองรีนั้นเกิดในประเทศฝรั่งเศส

อองรีเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 1977 อายุ 38 ปี ส่วนสูง 180 ปี โดย อองรี นั้นเริ่มต้นเล่นให้กับทีมในสโมสร โมนาโก โดยลงเล่นไปถึง 105 นัดและทำได้ถึง 20 ประตูจนไปเข้าตาทีมยูเวนตุส ในขณะนั้น จึงทำให้ยูเว่ซื้อตัวไปเล่นซึ่งในตอนนั้น อองรี ถือเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองอย่างมากแต่เมื่อไปเล่นให้กับอิตาลี สไตล์การเล่นของเขากลับไม่เหมาะกับอิตาลี เพราะว่าถูกยืนเป็นตัวปีก ทั้ง ๆ ที่ตำแหน่งถนัดคือกองหน้าแต่ ณ ขณะนั้น อองรี ไม่สามารถสอดแทรก กองหน้าระดับมหากาฬของ ยูเว่ ในขณะนั้นอย่าง มาเซโล่ ซาลาส โรแบร์โต้ บักโจ้ และ เดล ปิเอโร่ จึงทำให้ทางด้าน อองรี ต้องตกเป็นสำรองอยู่บ่อยครั้งจนสุดท้ายเป็นทางด้าน อาแซน เวนเกอร์ ที่ตาถึงมองถึงความสามารถของ อองรี จึงทำการซื้อตัวมาด้วยราคาสุดถูก เพียง 11 ล้านปอนด์หลังจากที่มาถึงถิ่นไฮบิวรี่ ณ ขณะนั้น อองรี ได้ถูกจับย้ายจากปีกด้านซ้ายให้มายืนเป็นกองหน้า และนับตั้งแต่นั้นมาอองรี ก็ระเบิดฟอร์มสุดยอดให้กับทีมอาเซน่อล สร้างตำนานไร้พ่ายให้กับสโมสร และคว้ารางวัล ฟีฟ่า บัลลงดอร์ มาด้วย โดยทางด้าน อองรี นั้นทำสถิติลงเล่นให้กับทีม อาเซน่อลไปถึง 258 นัดและยิงไปได้ทั้งสิ้น 175 ประตูจนเป็นตำนานให้กับ อาเซน่อลจนถึงบัดนี้ก่อนที่จะย้ายไปหาแชมป์ใหม่กับทาง บาเซโลน่า ทีมยักษ์ใหญ่ของลีคสเปน ในช่วงที่เริ่มจะเป็นขาลงแล้วแต่ก็ยังทำผลงานได้อย่างดีต่อเนื่องลงเล่น 80 นัด ทำ 35 ประตูให้กับทางด้าน บาเซโลน่า ไปจนได้ และพาบาเซโลน่า คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนสลีค สมใจอองรี ก่อนที่อองรี จะย้ายไปเล่นในอเมริกาให้กับทางด้านทีม นิวยอร์ค เรดบูลส์ และแขวนสตั๊ดที่นั่นเมื่อปี 2014 รวมเล่นให้กับทางด้าน นิวยอร์ค เรดบูลส์ไปถึง 122 นัด และทำได้ 51 ประตู ทางด้าน อองรี ยังเคยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกในปี 1998 และบอลยูโรปี 2000 ได้อีกด้วยนับว่าเป็นนักฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงมากคนนึงในวงการฟุตบอลเลยทีเดียว

ตำนานสโมสร อาเซน่อล ตอนที่ 6 อาเซน่อลยุคไร้พ่าย

ตำนานสโมสร อาเซน่อล ตอนที่ 6 อาเซน่อลยุคไร้พ่าย

อาเซน่อลไร้พ่ายนั้นเป็นยุคที่ดีที่สุดที่ทาง อาแซน เวนเกอร์ได้คุมทีมมาเมื่อส่วนผสมของทีมลงตัวทำให้ทางด้านอาเซน่อลทำสถิติไร้พ่ายและไม่แพ้ใครติดต่อกันอย่างยาวนาน

อาเซน่อลถึง 49 นัดซึ่งยังเป็นสถิติจนถึงทุกวันนี้โดย สถิตินั้นถูกหยุดด้วยฝีมือของพลพรรคปิศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั่นเองซึ่งหลังจากนั้นทีมอาเซน่อลก็ดรอปลงเรื่อย ๆ ด้วยกำลังหลักในตอนนั้นอย่าง เฟเดริก ลุงเบิร์ก  เดนิส เบิร์กแคมป์ เธียร์รี่ อองรี โรแบร์ ปิแรส จิลแบร์โต้ ซิลวา และ ปาทริค วิเอร่า รวมถึงกองหลังและผู้รักษาประตูสุดหนึบอย่าง เดวิด ซีแมน และ แอชลีย์ โคล ดาวรุ่งแบคซ้ายตัวหลักของทีม คู่เซนเตอร์เป็น มาติน คีโอว์น และ โทนี่ อดัมส์ ซึ่งในฤดูกาลนั้นทางด้านอาเซน่อล นั้นเกือบจะต้องประสบพบเจอกับความพ่ายแพ้แล้วเมื่อช่วงทดเวลาบาดเจ็บของเกมที่ แมนยู พบกับอาเซน่อล เป็นทางอาเซน่อลต้องเสียลูกจุดโทษให้กับทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแต่ก็เป็นทางด้าน รุดฟาน นิสเตลรอย  ที่ยิงไปโดนคานเซฟ ทำให้จบเกมนัดนั้นทางด้าน อาเซน่อลยัน เสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  เรื่อยมาซึ่ฝในฤดูกาลนั้นทางด้าน อาแซน เวนเกอร์ ก็ได้รับรางวัลผู้จัดการยอดเยี่ยมแห่งปี และ เธียร์รี่ อองรี ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของฟุตบอลพรีเมียร์ลีคอังกฤษ รวมถึงยังได้รับรางวัล ฟีฟ่าเวิลด์เพลย์เยอร์ ออฟเดอะเยียร์ ของทางฟีฟ่าและยังได้รับ รางวัล บัลลงดอร์ อีกด้วยจึงนับได้ว่าเป็นปีที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดของอาเซน่อลอีกด้วยซึ่งในปีต่อมาอาเซน่อลก็ได้เข้ารอบไปจนถึงนัดชิงชนะเลิศที่ได้เจอกับทาง บาเซโลน่า ในนัดที่ทางด้าน อาเซน่อลออกนำไปก่อน 1-0 แต่แล้วทางเยนส์ เลห์มัน ก็พลาดท่าเสียใบแดงก่อนที่ทางด้าน บาเซโลน่าจะพลิกเอาชนะไปได้อย่างหวุดหวิด จากประตูของ จูเลียโน่ บัลเล็ตติ แบ็คซ้ายของทางด้าน อาเซน่อลนั่นเอง

ตำนานสโมสร อาเซน่อล ตอนที่ 5 เวนเกอร์ยุคเริ่มต้น

ตำนานสโมสร อาเซน่อล ตอนที่ 5 เวนเกอร์ยุคเริ่มต้น

ยุคที่รุ่งเรืองที่สุดของอาเซน่อลนั่นก็คือ ในช่วงปี 1996 ที่ทางด้าน อาเซน่อลนั้นได้ทำการคว้าตัว อาแซน เวนเกอร์ มาจาก นาโกย่า แกรมปัส เอซ สโมสรจากญี่ปุ่นซึ่ง

เวนเกอร์

ในตอนนั้นนักข่าวสื่ออังกฤษต่างตีข่าวกันยกใหญ่ว่า อาแซน เวนเกอร์ นั้นเป็นใครมาจากไหนและไม่เชื่อน้ำยาของผู้จัดการทีมชาวฝรั่งเศสที่แทบจะไม่เคยมีผลงานกับการคุมทีมยักษ์ใหญ่ในประเทศอังกฤษเมืองผู้ดีมาก่อนเลยจะประสบความสำเร็จได้แต่แล้วทางด้าน อาแซน เวนเกอร์ก็ทำให้นักข่าวหุบปากได้สำเร็จเมื่อเขาก้าวเข้ามานั้นสิ่งแรกที่เขาทำคือการดึงตัวนักเตะดังๆ เข้ามาร่วมทัพในช่วงปีอาเซน่อลนั้นมีแผงหลังที่แน่นปึ้กนำโดย โทนี่ อดัมส์ และ มาติน คีโอว์น คือสองเซนเตอร์แบ็คสุดแกร่งทีมชาติอังกฤษ และ เรย์ พาเลอร์ ให้ได้ด้วยนั่นเองจึงทำให้ได้ด้วยสิ่งเหล่านี้ที่เราจะเป็นการที่เราจะเลือกนักเตะต่าง ๆ ด้วย อาแซน เวนเกอร์ ให้ได้ด้วยการสร้างผลงานต่าง ๆ ให้ได้ด้วยการทำงานที่เราจะเป็นการต้องการที่เราจะต้องเป็นเหตุต่อสมควรที่เราจะต้องการให้ได้รวมถึงการเข้ามาของกองกลางอย่าง ปาทริค วิเอร่า และ กองหน้าชื่อดังก้องโลก อย่าง เธียร์รี่ ออรี ที่เข้ามาพาทีมคว้าแชมป์มากมายให้กับอาเซน่อล และยังสร้าตำนานไร้พ่ายอีกด้วยนักเตะที่มีกำลังหลักอย่าง เฟรเดริก ลุงเบิร์ก  มาร์ค โอเวอร์มาร์ส ปีกชาวฮอลแลนด์ และยังมี โรแบร์ ปิแรส ปีกทีมชาติฝรั่งเศส รวมถึง จิลแบร์โต้ ซิลวา ซึ่งเป็นนักเตะที่สร้างความสำเร็จ ใช้โอกาสนี้ด้วยทีมที่มีการรับที่สุดยอดและทีมบุกที่ยอดเยี่ยมที่สุดจนสามารถสร้าตำนานไร้พ่ายได้ในปี 2003-2004 และเป็นทีมด้วยนับตั้งฟุตบอลลีคประเทศอังกฤษสูงสุดได้ก่อตั้งมาเลยทีเดียวนับว่าอาเซน่อลในยุคนั้นเป็นยุคที่น่าสนใจอย่างยิ่งและแข็งแกร่งที่สุดทีมหนึ่งเลยทีเดียวอาเซน่อลชุดนี้ยังถือว่าเป็นชุดที่ดีที่สุดที่ทางฟีฟ่ารับรองว่าดีที่สุดในโลกชุดนึงเลยทีเดียวถึงแม้กระนั้นทางด้าน อาเซน่อลก็ยังพ่ายแพ้ให้กับ บาเซโลน่าในเวลาต่อมาอยู่ดี

ตำนานสโมสร อาเซน่อล ตอนที่ 4 จอร์จ เกรแฮม

ตำนานสโมสร อาเซน่อล ตอนที่ 4 จอร์จ เกรแฮม

จอร์จ เกรแฮม ถือเป็นตำนานนักเตะในช่วงยุค 1980-1996  ซึ่งโด่งดังกับอาเซน่อลทั้งในด้านของการเป็นนักเตะและในด้านของ การเป็นผู้จัดการทีมโดยทางด้าน จอร์จ เกรแฮม นั้นก็ได้

จอร์จ เกรแฮม

พาทีมอาเซน่อล คว้าแชมป์ได้ สามสมัยติดต่อกัน ในปี 1986-1987 1990-1991 และ 1988-1989 และยังได้ถ้วยแชมป์เอฟเอคัพ และ ลีคคัพด้วยในช่วงยุคนั้นเป็นยุคที่รุ่งเรืองอย่างมากที่สุดของอาเซน่อลยุคนึงเลยก็ว่าได้ว่ากันว่า ทางอาเซน่อลในช่วงนั้นมีกองหลังที่สุดแข็งแกร่งแผงแบ็คโฟร์ในตำนานที่เรียกได้ว่าใครต่อใครก็ต่าครั่นคร้ามและสไตล์การเล่นของ จอร์จ เกรแฮม ที่ทำทีมโดยเน้นผลลัพธ์และการเสียประตูยากด้วยแล้วนั้นก็ยิ่งทำให้ทางอาเซน่อลของ จอร์จ เกรแฮมก็ได้ผลลัพธ์ที่ดีตามมาอย่างต่อเนื่องด้วยนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้จะคว้าแชมป์ ลีคคัพ และแชมป์ ยูฟ่าคัพวินเนอร์คัพ ในปีฤดูกาลที่ 1993-1994 ที่ทางด้าน จอร์จ เกรแฮม ต้องเข้าไปพัวพันกับคดีการติดสินบนการซื้อตัวผู้เล่นซึ่งทาด้าน จอร์จ เกรแฮม ทำการติดสินบนเพื่อซื้อตัวนักเตะที่ทางเอเยนต์ เสนอเข้ามาให้ซึ่ทำให้ทีมอาเซน่อลต้องตกต่ำในปี 1992-1995 นั่นเองจนสุดท้ายทางด้าน จอร์จ เกรแฮม ก็โดนคดีจนทางด้านผู้บริหารสโมสรต้องไล่ทางด้าน ผู้จัดการทีมของเขาอย่าง จอร์จ เกรแฮม ออกไป ซึ่งนอกจากนี้ทางด้านอาเซน่อลเองและจอร์จ เกรแฮม ก็ได้เคยคุมทีม ไก่เดือยทอง ท็อทแน่ม ฮอทสเปอร์ อีกด้วยโดยทางด้านจอร์จ เกรแฮม เองก็ได้ทำการช่วยทีมชาติอังกฤษและได้คุมทีมชาติอังกฤษอีกด้วยนับเป็นกุนซือขออาเซน่อลคนหนึ่งที่ได้รับการตอบรับที่ดีต่อสโมสรอาเซน่อลเสมอมาและเป็นผู้จัดการทีมมือฉมังคนหนึ่งในวงการฟุตบอลเลยด้วยซ้ำไป แต่ด้วยการโดนคดีทำให้สุดท้ายเค้าก็ไม่สามารถประสบผลสำเร็จกับทีมใดได้อีกเลย ในเวลาต่อมาอาเซน่อลได้ทำการเซ็นสัญญากับโค้ชจากญี่ปุ่นชาวฝรั่งเซส ที่คุมทีม นาโกย่า แกรมปัสเอซ มาก่อนนั่นก็คือ อาแซน เวนเกอร์ บุคคลที่แทบไม่มีใครรู้จักว่าเค้าเป็นใครมาจากไหนคนนี้นั้นนั่นเอง

ตำนานสโมสร อาเซน่อล ตอนที่ 3 ความยิ่งใหญ่หลังยุคสงคราม

ตำนานสโมสร อาเซน่อล ตอนที่ 3 ความยิ่งใหญ่หลังยุคสงคราม

หลังสงครามโลกครั้งที่สองได้สงบลงนั้นทางด้าน ทอม วิทเทคเกอร์ ได้เข้ามาสานต่องานของ อัลลิสัน จนกลับมาประสบความสำเร็จได้แชมป์ลีคในสองปีนั้นก็คือปี 1952-53

สโมสรและใน่ช่วงปี 1947-1948 จนได้และ ยังได้แชมป์เอฟเอคัพ ในปี 1949-1950 นั้นจนได้แต่สุดท้ายทางด้านสโมสรของอาเซน่อลในช่วงปี 1950-1960 นั้นก็เป็นช่วงเวลาของทีมที่ธรรมดาไม่สามารถคว้าแชมป์ใดใดได้เลยซึ่งการรอคอยนั้นก็เป็นการรอคอยที่แสนยาวนานว่าจะมีใครสักคนที่จะเข้ามาเพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ให้อาเซน่อลอีกครั้ง จนในที่สุดทางด้าน บิลลี่ ไรท์ อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษได้ผันตัวเองเข้ามาเป็นผู้จัดการทีมสโมสรอาเซน่อลด้วยความหวังที่จะพาทีมกลับมาประสบความสำเร็จแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่สามารถที่จะทำได้ ซึ่งอาเซน่อลนั้นกลับไปคว้าตัว เบอร์ตี้ มี ซึ่งเป็นเพียแค่นักกายภาพบำบัดของทีมให้มารับตำแหน่งผู้จัดการทีมสโมสรแต่ก็สามารถที่จะทำทีมประสบความสำเร็จได้ด้วยการคว้าแชมป์ลีคคัพ บอลถ้วยเล็กของประเทศอังกฤษ และตามมาด้วยการคว้าแชมป์ลีคและเอฟเอคัพ ในฤดูกาล 1970-1971 นั้นเป็น การคว้าดับเบิ้ลแชมป์ครั้งแรกของ ทีม  ซึ่งหลังจากนั้นอาเซน่อลก็แทบจะไม่สามารถได้แชมป์อีกเลยในช่วงของปี 70-80 นั้นแต่ก็เป็นทีมในระดับทอปของประเทศประมาณท็อทแน่ม ฮอทสเปอร์ ในปัจจุบันที่เป็นทีมใหญ่มีโอกาสคว้าแชมป์ได้แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำได้ โดยในช่วงปีทศวรรษที่ 1970 นั้นมีเพียงแชมป์เดียวที่เข้ามาประดับสโมสรอาเซน่อลนั่นก็คือ การคว้าแชมป์ชัยชนะได้ในปี 1978-1979 เหนือทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด คู่ปรับตลอดกาลอีกทีมไปได้ 3-2 ในเกมส์ที่สุดมันส์และทางด้าน เอฟเอ สมาคมฟุตบอลอังกฤษก็ยกให้เป็นอีกแมทช์หนึ่งที่มีความคลาสสิคและคนพูดถึงกันอย่างมาอีกด้วย นั้นนั่น เอง ซึ่งการกระทำดังกล่าวนั้นยังผลมาให้ในช่วงปี 1980 อาเซน่อลเริ่มที่ประสบความสำเร็จออกดอกออกผลแล้วด้วยตัวผู้เล่นชุดที่ส่วนมากติดทีมชาติอังกฤษทำให้ในปี 1980 นั้นทีมอาเซน่อลเป็นทีมที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

ตำนานสโมสร อาเซน่อล ตอนที่ 2 ก่อตั้งสโมสร

ตำนานสโมสร อาเซน่อล ตอนที่ 2 ก่อตั้งสโมสร

อาเซน่อล นั้นก็ตั้งสโฒสรเมื่อปี 1886 ในนาม dial sqaure ซึ่งใช้กลุ่มคนเพียง 15 คนที่ช่วยกันบริจาคเงินคนละนิดคนละหน่อยเป็นค่าก่อตั้งสโมสร ที่รอยัลโอ๊คผับในลอนดอน

อาเซน่อล

ซึ่งตราขอคลับนี้ก็ได้เป็นเครื่องหมายสัญลักษณ์ในการที่ครอบรอบ 25 ปีการก่อตั้งสโมสร โดยทางด้านในปี 1893 ทางด้านอาเซน่อลก็เป็นทีมแรกในเมืองลอนดอนใต้ที่สามารถเข้าร่วมลีคได้ก่อนที่จะย้ายสโมสรมายังฝั่งลอนดอนเหนือน และย้ายสนามมายัง ไฮบิวรี่ และเปลี่ยนชื่อสโมสรเป็น อาเซน่อล  ซึ่งนั่นถือเป็นการเริ่มต้นตำนานของ อาเซน่อล โดยในช่วงปี 1930 นั้นเป็นช่วงที่ยิ่งใหญ่ของทางด้านอาเซน่อลเลยทีเดียวเมื่อสามารถคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ของประเทศอังกฤษถึง 5 สมัยติดต่อกัน และยังเป็น แชมป์เอฟเอคัพ อีกสองสมัย ในช่วงยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง อาเซน่อลก็ได้รับแชมป์เอฟเอคัพอีกถึงสองสมัย   โดยในปี 1886 ทางด้าน ไดอัล สแควร์ได้เปลี่ยนชื่อเป็น รอยัล อาเซน่อล และเมื่อปี 1891 ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็ฯ สโฒสร วูลิช อาเซน่อล ซึ่งในปี 1904 นั้นอาเซน่อลก็ได้เลื่อนขึ้นมาเล่นบนดิวิชั่น 1 เป็นครั้แรก โดยทางด้านอาเซน่อลนั้นได้เคยตกชั้นไปสู่ดิวิชั่น 2 ในปี 1913 และได้กลับมาเล่นในดิวิชั่น 2 อีกครั้งในปี 1919 นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาอาเซน่อลก็ไม่เคยที่จะตกชั้นไปสู่ดิวิชั่นต่ำกว่าอีกเลยซึ่งนับว่าอาเซน่อลเป็นสโมสรที่อยู่ยืนยาวคงนานมากที่สุดในประเทศอังกฤษด้วยในขณะนี้ซึ่งเป็นสถิติที่ยากจะทำลาย อาเซน่อล ประสบความสำเร็จอย่างมากในยุคแรก โดยตำนานของเขานั้น ก็คือ อเล็กซ์ เจมส์ และ คลิฟฟ์ บานติน ทำให้อาเซน่อลผงาดคว้าแชมป์ในประเทศอังกฤษเป็นว่าเล่นจนทำให้สถานีรถไฟใต้ดินในสมัยนั้นต้องเปลี่ยนชื่อตั้งเป็น สถานีรถไฟใต้ดิน อาเซน่อลตามชื่อสโมสรเลยทีเดียว หลังจากนั้น อาเซน่อลก็ยังยิ่งใหญ่และไล่ล่าคว้าแชมป์เป็นว่าเล่นจนแทบไม่มีใครจะหยุดได้แต่แล้วก็ต้องเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นทำให้ทางด้าน ฟุตบอลลีคประเทศอังกฤษต้องทำการพักการแข่งขันไปหลายต่อหลายปี เลยทีเดียว

ตำนานสโมสร อาเซน่อล ตอนที่ 1 รู้จัก อาเซน่อล

ตำนานสโมสร อาเซน่อล ตอนที่ 1 รู้จัก อาเซน่อล

อาเซน่อล เป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของ ประเทศอังกฤษจุดอ่อนเดียวของอาเซน่อลก็คือ อาเซน่อลเป็นทีมของอังกฤษที่ยิ่งใหญ่แต่ไม่เคยได้แชมป์ถ้วยยูฟ่าแชมเปียนสลีค

อาเซน่อลแม้แต่ครั้งเดียวซึ่งใกล้เคียงที่สุดก็คือ ในปี 2005 ที่ทางด้าน อาเซน่อลได้เข้าชิงกับ บาเซโลน่า แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นอาเซน่อลที่ต้องพ่ายแพ้ให้กับทางด้าน บาเซโลน่าในอีกสิบนาทีสุดท้ายจากฝีมือของ จูเลียโน่ บัลเลตติ มิดฟิลด์ชาวบราซิล ของบาเซโลน่า นั่นเอง อาเซน่อลนั้นมีฉายาว่า เดอะกันเนอร์ หรือไอ้ปืนใหญ่เนื่องจากสโมสรแห่งนี้นั้นมาจากโลโก้ที่เป็นรูปปืนใหญ่อาเซน่อลนั้นเป็นหนึ่งในสโมสรที่เก่าแก่ซึ่งก่อตั้งทีมเมื่อปี 1886 ในชื่อของ dial square ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อในเวลาต่อมาเป็น อาร์เซน่อล ในปัจจุบัน  อาเซน่อลมีชุด ทีมเหย้าเป็นชุดสีแดงและทีมเยือนส่วนใหญ่จะเป็นชุดสีเหลืองมีสนาม เอมิเรตต์สเตเดียม ในเมืองลอนดอน คู่ปรับสำคัญคือ ไก่เดือยทอง ท็อทแน่ม ฮอทสเปอร์ ที่เรียกได้ว่าเป็นคู่กัดที่ไม่เคยยอมกันเลยนั่นเอง ทางด้าน อาเซน่อลนั้น มีกุนซือระดับโลกอย่าง อาแซน เวนเกอร์ ที่เข้ามาคุมทีมอาเซน่อลตั้งแต่ปี 1996 เรื่อยมาจนปัจจุบันก็เกือบ 20 ปีแล้วนับเป็นกุนซือที่ดีที่สุดตั้งแต่อาเซน่อลเคยตั้งสโมสรมาคว้าแชมป์ให้กับทีมได้มากมายและสามารถสร้างทีมอาเซน่อล ให้เป็นทีมที่ประสบความสำเร็จโดยเฉพาะในด้านการเงินอีกด้วยซึ่งทางด้าน อาเซน่อล และ เวนเกอร์ นั้นได้ทำการเปลี่ยนสนามจากแต่ก่อนเป็นไฮบิวรี่ ได้ย้ายมาติดกับสนามไฮบิวรี่ โดยสนามดังกล่าวนี้ก็คือ เอมิเรตต์สเตเดียม เป็นชื่อที่ทางอาเซน่อลได้ขายให้สายการบินเอมิเรตต์ อย่างเป็นทางการส่วนพื้นที่ในส่วนไฮบิวรี่ นั้นทางด้าน อาเซน่อล ได้ทำการจัดการสร้างเป็นคอนโดสุดหรูให้ทางด้านแฟนบอลของอาเซน่อลจับจองเป็นเจ้าของด้วย อาเซน่อลเป็นทีมที่มีราคาค่าตั๋วสูงที่สุดในประเทศอังกฤษ เลยก็ว่าได้ อาเซน่อลถือได้ว่าเป็นทีมที่มีความมั่นคงทางสโมสรเป็นอย่างมากเป็นทีมที่ถึงจะไม่ได้แชมป์แต่ก็สามารถทำกำไรให้กับสโมสรได้ทุกปี